ทักษะดูแลใจ (โปรดรับไว้พิจารณา)

Author : ภก.ณภัทร สัตยุตม์
นักบำบัดความคิดและพฤติกรรม x เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม x เภสัชกร

Keywords: DBT, Human Resource, พนักงานใหม่, Dialectics, และ .. แต่ก็ยัง .., living with the and

ลองวางจิตใจไว้บนพื้นที่ตรงกลาง ระหว่างความจริงที่ตรงกันข้าม
ด้วยการใช้ชีวิตบนคำว่า “และ” / “แต่ก็ยัง…”

หลังฉากสุดท้ายของหนัง #HumanResource :

พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)” จบลง
นอกจากคำชื่นชมว่า “พี่เต๋อแม่ง…” พรั่งพรูตลอดเวลา
ที่ย้อนกลับไปคิดถึงฉากเหตุการณ์ต่าง ๆ ของหนัง
ผมยังเกิดคำถามคงค้างในใจต่อไปอีกหลายวัน
ในฐานะที่อยู่ในแวดวงสุขภาพใจว่า

“เมื่อความจริงที่ไม่สวยงามนักของสังคม
ถูกโกยและนำมาเทกองไว้ตรงหน้าเราแบบนี้…
เราจะจัดเก็บมันให้เข้าที่เข้าทางในใจ
แล้วใช้ชีวิตต่อได้อย่างไร ?”

เมื่อหนังบอกให้ “โปรดรับไว้พิจารณา
ผมก็รับไว้ แล้วพบว่า…

ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เต็มปากว่าสิ่งที่หนังเลือกนำมาให้ชม — ไม่จริง
ผมไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างแน่ใจว่าสิ่งที่ตัวละครในหนังพบ — เราจะไม่มีวันได้เจอ
ผมไม่สามารถจะยืนยันอย่างมั่นใจได้ว่า
ตัวเองสามารถเลือกมองโลกในแง่ดี ได้ในทันทีหลังดูจบ
ไม่สามารถยืนยันได้แน่ใจว่า
ผมยังคงมีความหวังในอนาคตอย่างเต็มเปี่ยม
และผมสามารถอดทนต่อเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดได้โดยไม่หวั่นไหว
— มันยากและหนักหนาสาหัสพอสมควรสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง

สุดท้ายผมเลือกจัดเก็บสิ่งที่ประจักษ์จากหนัง
ด้วยการคิดแบบ “วิภาษวิธี” (Dialectical Thinking)
หรือการมองว่า “ความจริงทั้งสองด้านสามารถอยู่ด้วยกันได้โดยไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง
เราสามารถใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่ตรงกลาง
ระหว่างสองความรู้สึกได้“

แม้หนังจะฉายให้เห็นว่าสังคมและชีวิตทุกวันนี้
และต่อไปในอนาคตจะยากและแย่

แต่เมื่อทบทวนกลับมาในชีวิตของตัวเอง
ผมก็พบสิ่งที่หนังไม่ได้ฉายให้เห็น
ผมพบว่าผมยังค้นเจอความสุขในชีวิตได้อยู่

เวลาที่ผมทำงานบางอย่างเสร็จสิ้นไม่ว่าจะทำเพื่อตัวเองหรือทำเพื่อคนอื่น
ผมยังสามารถรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

เมื่อได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง (บางคน) และรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะที่เกิดขึ้น (ในบางช่วงเวลา)
ของเมื่อวานนี้ก็ยังเป็นเรื่องจริง

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ แม้อาจไม่ได้สม่ำเสมอ
แต่มันก็ยืนยันว่าความสุขและสิ่งดี ๆ เหล่านั้น
ยังสามารถผลิบานได้ในดินแดนที่ความจริงว่า “สังคมไม่ได้น่ารักหรือสวยงามนัก” ดำรงอยู่

ผมเริ่มจัดเก็บสิ่งที่หนังนำมากองวางไว้ให้พิจารณา
ด้วยการยอมรับแบบไม่ได้ต่อต้านใด ๆ ว่า “โอเค ! มันจริง !”
เมื่อเรายอมรับโดยไม่ต่อต้าน ทำให้ความเจ็บปวด
ที่เกิดไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นความทุกข์ทรมาน (มากนัก)

เพราะการต่อต้าน จะทำให้เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่า
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องเจออะไรแบบนี้
เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิด มันต้องเป็นแบบนี้สิ”
ซึ่งมักจะทำให้ความเจ็บปวดทวีคูณขยายออกไป
กลายเป็นความทุกข์และทรมาน

การ ”ยอมรับ” ไม่ได้แปลว่าเรา “เห็นด้วย” หรือ “ยอมแพ้” ต่อสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้น
เพียงแต่เราเลือกวางใจไว้ตรงที่ว่า “มันเกิดขึ้นแล้ว..
ไม่จำเป็นต้องทุกข์เกินไปโดยไม่จำเป็น”
แล้วถอยใจมาจดจ่อว่าจะทำอย่างไรต่อไป
จะตอบสนองอย่างไรได้บ้างมากกว่า

ผมทบทวนว่าผมเก็บอะไรมาจากหนังบ้างและรู้สึกอย่างไรต่อเรื่องราวเหล่านั้น
เราไม่ได้จำทุกเรื่องที่หนังบอกเล่า แต่เราเลือกจำบางสิ่งบางอย่าง
เพราะสิ่งเหล่านั้นมีความหมายกับเรา

ผมรับรู้ถึงอารมณ์บางอารมณ์ ความท่วมท้นบางความรู้สึก
ผมสังเกตและเฝ้ามองว่ารู้สึกอะไร
โดยไม่ได้อนุญาตให้ความรู้สึกเหล่านั้นหล่อหลอมกลายเป็นตัวตน

เราอาจรู้สึกสิ้นหวังแต่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนสิ้นหวัง

รู้สึกว่าไม่มีอำนาจที่จะควบคุมไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนควบคุมอะไรไม่ได้

อารมณ์คือสภาวะ ไม่ใช่ชะตากรรม

ผมจัดเก็บต่อ.. โดย #จับคู่ความคิดที่ตรงข้ามกัน
มัดไว้ด้วยคำว่า “#และ..” กับคำว่า “#แต่ก็ยัง…”

สังคมมักผลักเราไปสู่ความคิดแบบเลือกข้าง
เราจะยังมีหวังหรือถอดใจ เราจะสู้ไหม
ถ้าไม่สู้แปลว่าเรายอม
การไม่โต้ตอบแปลว่าเราเห็นด้วย

ซึ่งในความเป็นจริง ชีวิตซับซ้อนและมีมิติละเอียดอ่อน
มากกว่าจะเลือกข้างได้แบบนั้น

เราอาจจะทั้งโกรธและเข้าใจได้ในเวลาเดียวกัน
เราอาจจะสิ้นหวังแต่ก็ยังอยากมีชีวิตอยู่
เราอาจจะหมดแรงแล้วแต่ก็ไม่อยากปล่อยมือ
จากสิ่งที่ทำหรือคุณค่าที่ยึดถือ

พื้นที่ตรงกลางระหว่างสิ่งตรงข้ามกันนี้
คือ พื้นที่ที่เรายอมรับความซับซ้อนของความจริง
โดยไม่รีบตัดสิน ยืนอยู่ระหว่างกลางได้
โดยไม่หนีหรือจมดิ่งลงไป

🩶 โลกนี้โหดร้าย ‘แต่ก็ยัง..’ ยังมีสิ่งที่ควรค่าแก่การปกป้อง มีบางอย่างที่เรายังอยากดูแล

🩶 ฉันรู้สึกไร้อำนาจที่จะกำหนดว่าจะเจอกับอะไร ‘แต่ก็ยัง..’ สามารถเลือกการตอบสนองต่อสิ่งที่เจอได้

🩶 ฉันที่ไม่โอเค ไม่ไหว ผิดพลาด ล้มเหลว ‘และ’ ฉันที่ยังมีคุณค่า ก็เป็นฉันคนเดียวกัน

🩶 ฉันที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ‘และ’ ฉันที่มีความสุขในบางเวลา ก็เป็นคนคนเดียวกัน

หลังจัดเก็บเสร็จสิ้น

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมได้ฝึกจัดวางความไม่น่าภิรมย์
ของสังคมที่พบเจอระเกะระกะขวางบนเส้นทางของชีวิต
จัดเก็บให้เป็นที่เป็นทางวางไว้ในใจ ณ จุดที่จะไม่บั่นทอนทำร้าย

นี่คือทักษะที่เอาไว้ใช้ชีวิตต่อไป ในสังคมที่ปัญหาต่าง ๆ
“ซับซ้อน แก้ไม่ได้ไว ไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที”

ความสามารถในการยืนอยู่ตรงกลาง โดยไม่ถูกดึงไปสู่ความสุดโต่งสุดทาง
ยืนอยู่ได้บนพื้นที่ว่างที่ยังไม่มีคำตอบในเวลานี้ได้โดยไม่อึดอัด รู้สึกกับความรู้สึกต่าง ๆ ได้
โดยไม่ขยายเป็นความทุกข์ทรมานหรือหลอมรวมเป็นตัวตนของเราจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ในวันนี้เราอาจยังไม่สามารถเปลี่ยน “โครงสร้างใหญ่” ได้โดยลำพังและในเร็ววัน
แต่เราสามารถสร้าง “โครงสร้างใจ” ที่สามารถค้ำยัน พยุงเราให้ยังยืนได้ไหว และใช้ชีวิตต่อไปได้

คำว่า “และ” กับคำว่า “แต่ก็ยัง…” จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถปลูกสร้างความหวังที่ไม่พังได้โดยง่าย
ในสังคมที่พังทลายได้ง่ายเปราะบางอย่างที่ในหนังสื่อสารให้เห็น

#ทักษะดูแลใจโปรดรับไว้พิจารณา..

🎥 บทความสะท้อนความรู้สึกหลังชมภาพยนตร์

โดย ภก.ณภัทร สัตยุตม์ นักบำบัดความคิดและพฤติกรรม นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และเภสัชกร
ผู้ร่วมก่อตั้ง ศูนย์ให้บริการปรึกษาเชิงวิทยาและสุขภาพจิต MasterPeace

#พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา

#HumanResourceMovie

#DialecticalThinking #Masterpeace #MasterpeaceMindcare